ใต้ตาเป็นก้อนหรือเงาอมฟ้า เกิดจากอะไร
ก้อนและเงาอมฟ้าใต้ตาหลังฉีดฟิลเลอร์ เกิดจากสารที่วางอยู่ตื้นเกินไปใต้ผิวหนังบริเวณที่มีไขมันรองน้อยและผิวบางมาก เมื่อแสงผ่านผิวแล้วกระเจิงกับสารที่อยู่ตื้น จะเห็นเป็นสีฟ้าเทา เรียกว่าปรากฏการณ์ทินดอลล์ ส่วนก้อนนูนมักมาจากการเติมเกินหรือสารกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ
เอกสารทบทวนเรื่องปรากฏการณ์ทินดอลล์อธิบายว่าอาการนี้เกิดกับสารที่วางตื้นใต้ผิว และพบมากที่สุดในบริเวณร่องใต้ตา เพราะเป็นตำแหน่งที่ไขมันใต้ผิวหนังมีน้อยและผิวด้านบนบางเป็นพิเศษ (Management of Tyndall Effect, PMC)
งานทบทวนภาวะแทรกซ้อนรอบดวงตาระบุว่าการเติมเกินในร่องใต้ตานำไปสู่ทั้งปรากฏการณ์ทินดอลล์และก้อนนูนที่มองเห็นได้ พร้อมย้ำว่าการวางสารในชั้นลึกระดับเยื่อหุ้มกระดูกช่วยลดโอกาสเกิดได้ (Complications after cosmetic periocular filler: prevention and management, PMC)
เรื่องนี้เกิดบ่อยแค่ไหน
การวิเคราะห์อภิมานที่รวมผู้เข้าร่วมกว่า 2,500 คนซึ่งฉีดไฮยาลูรอนิกแอซิดที่ร่องใต้ตา รายงานอัตราการเกิดผลข้างเคียงไว้ดังนี้ ผิวแดง 7.1 เปอร์เซ็นต์ ขอบไม่เรียบหรือเป็นก้อน 5.3 เปอร์เซ็นต์ และสีอมฟ้าจากปรากฏการณ์ทินดอลล์ 0.9 เปอร์เซ็นต์ (The Efficacy and Safety of Hyaluronic Acid Injection in Tear Trough Deformity: A Systematic Review and Meta-analysis, PubMed)
ตัวเลขชุดนี้มีประโยชน์สองทาง ทางหนึ่งคือยืนยันว่าคุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่เจอ อีกทางคือบอกว่าอาการเหล่านี้อยู่ในกลุ่มที่วงการแพทย์รู้จักดีและมีแนวทางจัดการชัดเจน
อาการแบบไหน หมายถึงอะไร
| สิ่งที่เห็นหรือคลำได้ | สาเหตุที่พบบ่อย | แนวทางที่แพทย์ประเมิน |
|---|---|---|
| สีอมฟ้าเทาใต้ผิว เห็นชัดในบางแสง | สารวางตื้นเกินไป | พิจารณาสลายเฉพาะจุดด้วยไฮยาลูโรนิเดส |
| ก้อนนูนคลำได้ ขอบชัด ไม่เจ็บ | เติมเกิน หรือสารกระจายไม่สม่ำเสมอ | พิจารณาสลาย และแก้ไขให้สม่ำเสมอ |
| บวมเป็นถุงตอนตื่นนอน ยุบตอนสาย | สารอุ้มน้ำในบริเวณที่ระบายน้ำเหลืองไม่ดี | ติดตามอาการร่วมกับพิจารณาสลาย |
| ก้อนที่แดง ร้อน หรือเจ็บ | ปฏิกิริยาอักเสบหรือการติดเชื้อ | ต้องพบแพทย์โดยเร็ว เป็นคนละแนวทางกับก้อนทั่วไป |
| ก้อนที่เกิดหลังฉีดไปแล้วหลายเดือน | ภาวะแทรกซ้อนชนิดเกิดช้า | ต้องซักประวัติละเอียด อาจต้องใช้ยาร่วมด้วย |
งานทบทวนผลข้างเคียงของฟิลเลอร์แยกกลุ่มก้อนออกเป็นหลายชนิด ทั้งก้อนที่เกิดจากตัวสาร ก้อนอักเสบ และการเคลื่อนที่ของสารไปยังตำแหน่งอื่น การจัดการแต่ละแบบต่างกัน (Review of the Adverse Effects Associated with Dermal Filler Treatments: Part I, PMC)
สลายออกได้ไหม และมีข้อจำกัดอะไร
ถ้าสารที่ใช้อยู่ในกลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิด แพทย์สลายออกได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส เอกสารทบทวนระบุว่าการสลายเป็นแนวทางหลักของการแก้ปรากฏการณ์ทินดอลล์ และอาการมักดีขึ้นภายในเวลาไม่นานหลังฉีด (A Scoping Review of Hyaluronidase Use in Managing the Complications of Aesthetic Interventions, PMC)
สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจมีสามข้อ
- ปริมาณเอนไซม์ไม่ได้มีสูตรเดียว — การสำรวจแพทย์ผู้ทำหัตถการพบว่าปริมาณที่ใช้กับปัญหาสีอมฟ้าใต้ตาอยู่ในช่วงกว้าง แพทย์จึงต้องปรับตามแต่ละเคส (Hyaluronidase for Treating Complications Related to HA Fillers: A National Plastic Surgeon Survey, PMC)
- การสลายอาจกระทบสารที่เราอยากเก็บไว้ — เอนไซม์กระจายไปยังบริเวณข้างเคียงได้ จึงต้องวางแผนตำแหน่งให้ดี
- บางรายผลไม่เป็นไปตามคาด — มีการศึกษาเรื่องผลลัพธ์ที่ไม่ดีหลังการสลาย พร้อมระบุปัจจัยทำนาย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ควรทำกับแพทย์ที่ประเมินและติดตามผลให้ได้ (The Posthyaluronidase Syndrome, PMC)
ข้อควรระวัง: สารที่ไม่ใช่ไฮยาลูรอนิกแอซิด เช่น สารกลุ่มถาวรหรือสารที่กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ สลายด้วยไฮยาลูโรนิเดสไม่ได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าเคยฉีดอะไรมา ให้แจ้งแพทย์ตามตรงว่าไม่ทราบ จะปลอดภัยกว่าการเดา
การประเมินก่อนแก้ไข
ขั้นตอนแรกคือการหาว่าสารเดิมอยู่ตรงไหน อยู่ชั้นใด และเป็นก้อนชนิดไหน ซึ่งแพทย์ประเมินจากสามทางประกอบกัน ได้แก่ ประวัติการฉีด ลักษณะที่ตรวจและคลำได้ และช่วงเวลาที่อาการเริ่มปรากฏ
จุดที่ต้องแยกให้ออกก่อนอย่างอื่นคือก้อนที่เกิดจากตัวสารเอง กับก้อนที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อร่วมด้วย เพราะสองกลุ่มนี้รักษาคนละแนวทาง งานทบทวนภาวะแทรกซ้อนของฟิลเลอร์แยกก้อนออกเป็นหลายชนิดพร้อมแนวทางจัดการที่ต่างกัน การประเมินผิดกลุ่มตั้งแต่ต้นทำให้แก้ไม่ตรงจุด (Review of the Adverse Effects Associated with Dermal Filler Treatments: Part I, PMC)
สิ่งที่แพทย์ดูจากการตรวจคือตำแหน่งและขอบเขตของก้อน ความนุ่มหรือแข็ง กดแล้วเจ็บหรือไม่ สีผิวด้านบนเปลี่ยนไปไหม และก้อนเปลี่ยนขนาดตามช่วงเวลาของวันหรือท่าทางหรือเปล่า ข้อมูลชุดนี้ประกอบกับประวัติมักบอกได้ว่าควรสลายออก รอดูอาการ หรือส่งตรวจเพิ่ม
สิ่งที่ช่วยแพทย์ได้มากที่สุดคือข้อมูลจากตัวคนไข้เอง ยิ่งรู้ว่าเคยฉีดสารยี่ห้ออะไร ปริมาณเท่าไหร่ ตำแหน่งไหน และเมื่อไหร่ การวางแผนแก้ไขจะแม่นขึ้นมาก
เตรียมตัวก่อนมาปรึกษา
ขั้นตอนที่ 1 รวบรวมข้อมูลการฉีดครั้งก่อน
- หาใบเสร็จหรือเอกสารที่ระบุชื่อผลิตภัณฑ์และปริมาณ
- ค้นแชทที่คุยกับคลินิกเดิม มักมีชื่อยี่ห้อและวันที่ระบุอยู่
- ถ้าไม่มีข้อมูลเลย ให้บอกแพทย์ตามจริง
ขั้นตอนที่ 2 เตรียมภาพถ่าย
- ถ่ายรูปก่อนฉีดครั้งก่อนถ้ายังเก็บไว้
- ถ่ายรูปสภาพปัจจุบันในแสงธรรมชาติและแสงจากด้านบน
- บันทึกว่าอาการชัดขึ้นในช่วงเวลาไหนของวัน
ขั้นตอนที่ 3 ตั้งคำถามที่อยากได้คำตอบ
- สารเดิมยังอยู่หรือสลายไปแล้ว
- ควรสลายออกทั้งหมด บางส่วน หรือรอดูอาการ
- ถ้าสลายแล้ว จะประเมินซ้ำเมื่อไหร่ และวางแผนต่อยังไง
NEVA Clinic กับเคสที่เคยฉีดมาจากที่อื่น
เคสที่เคยทำหัตถการมาก่อนต้องเริ่มจากการประเมินสภาพจริงและประวัติที่มี ไม่ใช่การทำต่อทันที ที่ NEVA Clinic แพทย์จะอธิบายให้เห็นก่อนว่าอาการที่เจอน่าจะมาจากอะไร แล้วค่อยคุยกันเรื่องทางเลือกและลำดับการแก้ไข
- ฟิลเลอร์ — ประเมินสภาพเดิมก่อนวางแผนรอบใหม่
- HArmonyCa — พิจารณาเป็นรายเคสหลังประเมินสารเดิม
- Pico Laser — สำหรับกรณีที่ปัญหาหลักเป็นเรื่องสีผิวใต้ตา
แพทย์ผู้ดูแล พญ.ขวัญชนก บุญจักรศิลป์ และ พญ.ปรัถมา ส่งศิริ
ติดต่อ: thenevaclinic.com | 098-268-9068
คำถามที่พบบ่อย
ก้อนใต้ตาจะหายเองได้ไหมถ้ารอ
สารกลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิดสลายเองตามเวลา ก้อนบางลักษณะจึงค่อย ๆ ดีขึ้น แต่บริเวณใต้ตาเป็นตำแหน่งที่สารอยู่ได้นานกว่าที่หลายคนคิด การรออาจกินเวลาเป็นปี ถ้าอาการรบกวนการใช้ชีวิต การเข้ารับการประเมินเพื่อพิจารณาสลายออกเป็นทางเลือกที่ตรงกว่า
สลายฟิลเลอร์เจ็บไหม ต้องพักฟื้นนานหรือเปล่า
เป็นการฉีดที่ใช้เวลาไม่นาน ความรู้สึกใกล้เคียงกับการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไป หลังทำอาจมีบวมหรือช้ำได้ในช่วงแรก แพทย์จะนัดประเมินซ้ำเพื่อดูว่าต้องทำเพิ่มอีกรอบไหม เพราะบางเคสสลายไม่หมดในครั้งเดียว
สลายแล้วใต้ตาจะกลับมาเป็นเหมือนก่อนฉีดไหม
ส่วนใหญ่กลับมาใกล้เคียงสภาพเดิม แต่ควรเข้าใจว่าเวลาที่ผ่านไปทำให้ใบหน้าเปลี่ยนไปด้วยตามอายุ จึงเทียบกับรูปเก่าแบบตรงตัวไม่ได้ทั้งหมด แพทย์จะนัดดูสภาพจริงหลังยุบบวมก่อนตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อ
จำไม่ได้ว่าเคยฉีดอะไรมา ยังปรึกษาได้ไหม
ได้ และควรบอกตามตรงว่าไม่ทราบ แพทย์จะประเมินจากลักษณะที่เห็นและคลำได้ ร่วมกับระยะเวลาที่ผ่านมา ข้อมูลที่ช่วยได้มากคือช่วงเวลาที่ฉีด ราคาที่จ่าย และชื่อสถานที่ เพราะพอจะบ่งบอกกลุ่มของสารได้ระดับหนึ่ง
แก้เสร็จแล้วจะฉีดใต้ตาซ้ำได้อีกไหม
ได้ในหลายเคส โดยต้องเว้นระยะให้เนื้อเยื่อเข้าที่ก่อนแล้วประเมินใหม่ทั้งหมด งานทบทวนภาวะแทรกซ้อนรอบดวงตาระบุว่าการวางสารในชั้นลึกและการคุมปริมาณเป็นปัจจัยสำคัญที่ลดโอกาสเกิดปัญหาซ้ำ แพทย์จะเสนอให้แก้ที่ไขมันชั้นลึกโหนกแก้มก่อนแล้วดูว่าเงาใต้ตาลดลงพอหรือยัง
