เช็กก่อนฉีดฟิลเลอร์: สิทธิที่คนไข้ขอดูได้ ทั้งกล่อง เลข อย. และใบประกอบวิชาชีพ

TL;DR: คนไข้มีสิทธิขอดูกล่องผลิตภัณฑ์ ฉลากภาษาไทย เลขทะเบียนเครื่องมือแพทย์ 12 หลัก และใบประกอบวิชาชีพของแพทย์ก่อนลงเข็มทุกครั้ง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแนะนำหลัก 3 เช็ก คือเช็กสถานพยาบาล เช็กแพทย์ เช็กผลิตภัณฑ์ การขอเปิดกล่องและผสมต่อหน้าเป็นเรื่องปกติที่คลินิกมาตรฐานทำได้ ถ้าถูกปฏิเสธ ถือเป็นสัญญาณให้ทบทวน ที่ NEVA Clinic เปิดกล่องต่อหน้าคนไข้เป็นขั้นตอนปกติ

ก่อนลงเข็ม คนไข้ขอดูอะไรได้บ้าง

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ คนไข้ขอดูได้ทั้งกล่องผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่แกะ ฉลากภาษาไทย เลขทะเบียนเครื่องมือแพทย์จาก อย. ใบอนุญาตสถานพยาบาลที่ติดหน้าคลินิก และใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์ผู้ฉีด ทั้งหมดเป็นข้อมูลที่คลินิกต้องแสดงได้อยู่แล้ว

หลายคนเกรงใจจนไม่กล้าถาม กลัวว่าจะดูไม่ไว้ใจหมอ ในมุมของคนทำงานสายนี้ คำถามพวกนี้เป็นเรื่องดี เพราะคลินิกที่ทำถูกต้องตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมตัว การขอดูของก่อนใช้กับร่างกายตัวเองเป็นสิทธิพื้นฐาน ไม่ใช่การจับผิด

หลัก 3 เช็ก ตามคำแนะนำของ อย.

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ออกตรวจคลินิกทั่วประเทศเพื่อสกัดฟิลเลอร์และยาเถื่อน พร้อมแนะประชาชนใช้หลัก 3 เช็กก่อนรับบริการ (ข่าว อย. 22 พฤษภาคม 2569)

  • เช็กสถานพยาบาล — ใบอนุญาตต้องแสดงไว้หน้าคลินิก
  • เช็กแพทย์ — ชื่อ รูป และใบประกอบวิชาชีพต้องตรงกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
  • เช็กผลิตภัณฑ์ — ขอดูตัวกล่อง ต้องมีฉลากภาษาไทยและเลขทะเบียน

ข่าวเดียวกันระบุบทลงโทษไว้ชัดเจน ยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ยาปลอมมีโทษจำคุก 1 ถึง 20 ปี ส่วนการเปิดคลินิกโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ตารางเช็กลิสต์วันไปคลินิก

สิ่งที่ต้องเช็ก ดูยังไง ถ้าไม่ผ่าน
ใบอนุญาตสถานพยาบาล แสดงไว้บริเวณหน้าคลินิก อ่านชื่อผู้ดำเนินการให้ตรงกับป้าย ไม่ควรรับบริการ แจ้งสายด่วน อย. 1556 ได้
ตัวตนแพทย์ ขอดูใบประกอบวิชาชีพ แล้วค้นเลขที่ใบอนุญาตในระบบแพทยสภา เลื่อนนัดไว้ก่อน จนกว่าจะยืนยันตัวตนได้
กล่องผลิตภัณฑ์ ขอดูกล่องที่ยังไม่แกะ มีฉลากภาษาไทย ชื่อผู้นำเข้า วันหมดอายุ ปฏิเสธการฉีด เพราะตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้
เลขทะเบียนเครื่องมือแพทย์ เลข 12 หลักบนกล่อง ตรวจผ่านเว็บ อย. หรือ Line @FDAThai ค้นไม่เจอให้หยุดไว้ก่อน แล้วสอบถาม อย. โดยตรง
การเปิดและผสมต่อหน้า ขอให้แกะซีลและเตรียมยาต่อหน้าคุณในห้องหัตถการ ถ้าถูกปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ ให้ทบทวนการตัดสินใจ

เลขทะเบียนเครื่องมือแพทย์ 12 หลัก ตรวจที่ไหน

ฟิลเลอร์จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ ไม่ใช่เครื่องสำอาง จึงมีเลขทะเบียน 12 หลักที่ยืนยันว่าผ่านการอนุญาตจาก อย. แล้ว กองควบคุมเครื่องมือแพทย์อธิบายวิธีอ่านเลขนี้ไว้ให้ประชาชนตรวจสอบเองได้ (กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ อย.)

  • ค้นจากระบบตรวจสอบการอนุญาตของ อย. ที่ porta.fda.moph.go.th
  • สอบถามผ่าน Line @FDAThai หรือแอปพลิเคชันหมอพร้อม
  • ถ่ายรูปกล่องและฉลากเก็บไว้ก่อนรับบริการทุกครั้ง เผื่อต้องใช้อ้างอิงภายหลัง

ข้อควรระวัง: ฉลากภาษาต่างประเทศล้วนโดยไม่มีฉลากไทย เป็นสัญญาณของการลักลอบนำเข้า อย. ระบุว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด การอักเสบ และการเกิดพังผืดหรือก้อนแข็งใต้ผิวหนัง

ตรวจสอบตัวตนแพทย์ด้วยตัวเอง

แพทยสภาเปิดระบบให้ประชาชนค้นหาผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้วยเลขที่ใบอนุญาต ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีระหว่างนั่งรอในคลินิก (ระบบตรวจสอบแพทย์ แพทยสภา)

จุดที่ควรดูคือชื่อและรูปต้องตรงกับคนที่ลงเข็มให้คุณจริง ชื่อแพทย์ผู้ดำเนินการคลินิกที่แสดงไว้หน้าร้านมักเป็นคนละคนกับคนที่ทำหัตถการ กรณีที่ค้นไม่พบข้อมูล แพทยสภาให้ติดต่อสอบถามได้โดยตรง

ทำไมของถูกผิดปกติถึงน่ากลัว

องค์การอาหารและยาสหรัฐเตือนผู้บริโภคไม่ให้ซื้อฟิลเลอร์ทางออนไลน์มาใช้เอง เพราะอาจเป็นของปลอมหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการรับรอง และย้ำว่าให้รับบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาลเท่านั้น ไม่ใช่ในโรงแรมหรือบ้านพัก (U.S. FDA — Dermal Fillers)

ในปี 2568 องค์การอาหารและยาสหรัฐยังออกหนังสือเตือนเว็บไซต์จำนวนมากที่ขายผลิตภัณฑ์ฉีดโดยไม่ผ่านการอนุญาต โดยระบุว่าสินค้าที่เลี่ยงระบบกำกับดูแลอาจปนเปื้อน เป็นของปลอม หรือมีปริมาณตัวยาไม่ตรงกับที่ระบุ (U.S. FDA press announcement)

ขั้นตอนที่ทำได้จริงในวันไปคลินิก

ขั้นตอนที่ 1 ก่อนออกจากบ้าน

  • ค้นชื่อคลินิกและชื่อแพทย์ที่จะทำหัตถการล่วงหน้า
  • จดเลขที่ใบประกอบวิชาชีพไว้ตรวจกับระบบแพทยสภา
  • เตรียมคำถามเรื่องยี่ห้อและรุ่นของสารที่จะใช้

ขั้นตอนที่ 2 ในห้องปรึกษา

  • ถามชื่อผลิตภัณฑ์ รุ่น และเหตุผลที่เลือกรุ่นนั้นกับตำแหน่งที่จะฉีด
  • ขอดูกล่องจริงพร้อมฉลากภาษาไทยและวันหมดอายุ
  • ถ่ายรูปกล่องและเลขทะเบียนเก็บไว้

ขั้นตอนที่ 3 ในห้องหัตถการ

  • ขอให้แกะซีลและเตรียมของต่อหน้า
  • ยืนยันอีกครั้งว่าคนที่ลงเข็มคือแพทย์คนเดิมที่คุยด้วย
  • ขอใบเสร็จหรือเอกสารที่ระบุชื่อผลิตภัณฑ์และปริมาณที่ใช้

NEVA Clinic กับการตรวจสอบก่อนฉีด

ที่ NEVA Clinic การเปิดกล่องต่อหน้าคนไข้และแจ้งชื่อผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นขั้นตอนปกติ คนไข้ขอดูฉลากและเลขทะเบียนได้ทุกครั้งโดยไม่ต้องเกรงใจ

  • ฟิลเลอร์ — ฉีดโดยแพทย์ พร้อมแจ้งชนิดและปริมาณที่ใช้
  • HArmonyCa — ผลิตภัณฑ์ที่ต้องฉีดโดยแพทย์เช่นกัน
  • Pico Laser — หัตถการเลเซอร์ภายใต้การดูแลของแพทย์

ตรวจสอบประวัติแพทย์ได้ที่ พญ.ขวัญชนก บุญจักรศิลป์ และ พญ.ปรัถมา ส่งศิริ

ติดต่อ: thenevaclinic.com | 098-268-9068

คำถามที่พบบ่อย

ขอดูกล่องก่อนฉีดจะเสียมารยาทไหม

ไม่เสียมารยาท อย. แนะนำให้ผู้บริโภคขอดูตัวกล่องและตรวจเลขทะเบียนก่อนรับบริการโดยตรง คลินิกที่ใช้ของถูกต้องหยิบกล่องมาให้ดูได้ทันที การถามจึงเป็นเรื่องปกติของการรับบริการทางการแพทย์

ฟิลเลอร์แท้กับของปลอมดูต่างกันยังไงด้วยตาเปล่า

ดูจากตัวเนื้อสารด้วยตาเปล่าแทบแยกไม่ออก จุดที่ตรวจได้จริงคือบรรจุภัณฑ์ ฉลากภาษาไทย ชื่อผู้นำเข้า วันหมดอายุ และเลขทะเบียนเครื่องมือแพทย์ที่ค้นเจอในระบบของ อย. ถ้าฉลากเป็นภาษาต่างประเทศล้วนหรือค้นเลขไม่เจอ ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน

ฉีดที่บ้านหรือโรงแรมโดยคนที่บอกว่าเป็นหมอ ได้ไหม

ไม่ควร องค์การอาหารและยาสหรัฐเตือนไว้ชัดว่าห้ามรับการฉีดฟิลเลอร์นอกสถานพยาบาล เพราะไม่มีเครื่องมือและระบบรองรับเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน เช่น หลอดเลือดอุดตัน ซึ่งต้องแก้ไขภายในเวลาจำกัด

ถ้าเจอคลินิกที่สงสัยว่าใช้ของเถื่อน แจ้งใครได้

แจ้ง อย. ผ่านสายด่วน 1556 หรือช่องทางออนไลน์ของสำนักงาน ส่วนเรื่องมาตรฐานสถานพยาบาลแจ้งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และหากเป็นประเด็นด้านจริยธรรมหรือตัวตนของแพทย์ ให้แจ้งแพทยสภา ควรเก็บภาพถ่ายกล่อง ใบเสร็จ และข้อความสนทนาไว้เป็นหลักฐาน

ราคาถูกกว่าที่อื่นมาก แปลว่าของไม่ดีเสมอไปไหม

ราคาต่ำอย่างเดียวยังตัดสินไม่ได้ แต่ควรถามให้ชัดว่าราคานั้นครอบคลุมสารยี่ห้ออะไร ปริมาณเท่าไหร่ ใครเป็นคนฉีด และมีการดูแลหลังทำแบบไหน เมื่อได้คำตอบครบแล้วค่อยเทียบ ถ้าคำตอบคลุมเครือในข้อใดข้อหนึ่ง ส่วนต่างของราคามักไปอยู่ตรงนั้น

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top